'Friends'
วันก่อนฉันตื่นมาเจอกับข่าวร้ายที่ช็อคคนไทยทั้งประเทศ I felt as if god didn't hear my plea....but nothing can stop this kinda thing I guess
คืนวันนั้นฉันไปนั่งดูเบนร้องเพลงที่ลายเบียร์ จิตใจไม่อยู่กะเนื้อกะตัวนัก แต่ด้วยความอยากเป็นกำลังใจให้เพื่อนรักฉันอยู่จนจบแล้วกลับทันที.....ฉันกับครอบครัวเดินทางไปที่ ธรรมศาสตร์ รังสิตเพื่อให้ความช่วยเหลือทางด้านภาษา ฉันพูดได้แค่ภาษาอังกิด ซึ่งจิงๆแล้วใครๆก็พูดได้ แต่ฉันอยากจะไปช่วยพูดคุยกับเค้าในทางใดทางหนึ่ง.....ฉันเกือบจะไม่ได้เข้าไปช่วยเนื่องจากเค้าบอกว่ามีอาสาสมัครเยอะแล้ว แต่ฉันก็ไม่ท้อ หลังจากนั้นฉันก็ได้ช่วยจัดกระดาษ มอบแบบฟอร์มให้ชาวต่างชาติที่ประสบภัยที่เดินทางมาถึง ช่วยถือกระเป๋า หยิบกุญแจ และให้ความช่วยเหลือในเรื่องอื่นๆ ที่เค้าอาจจะต้องการ แต่ทุกคนไม่ต้องการอะไร ต้องการจะพักผ่อนมากกว่า.....
ฉันยืนคุยอยู่กับชาวออสซี่กลุ่มนึงพวกเขาอายุคงพอๆกับฉัน คุยกันหัวเราะกัน ก่อนที่จะส่งพวกเค้าไปพักผ่อน......ฉันอยากสร้างเสียงหัวเราะตอนที่โลกกำลังมืดมน......จนกระทั่งประมานตีสองมีรถคันนึงเข้ามา มีชาวต่างขาติประมาน 100 คนเห็ยจะได้ แต่ทุกคนก็ได้รับการดูแลเรียบร้อยแล้ว.......ฉันจึงยืนดูอยู่ห่างๆ ฉันยืนอยู่หน้าผู้ชายชาวอังกิดสองคน คนนึงไม่เป็นอะไรมาก ส่วนอีกคนหนึงเป็นแผลใหญ่ที่หน้า ขา แขน และ มือ ฉันได้แต่ยืนดูเค้ากรอกฟอร์มก่อนที่คนที่เจ็บจะ เริ่มถามคำถามกับน้องๆนักศึกษาที่ดูแลเค้าอยู่ ฉันเห็นท่าทางน้องๆเริ่มงง คงเป็นเพราะสำเนียง อังกิด แบบ ควีน ของเค้า ฉันจึงเข้าไปทำหน้าที่แทนน้องๆ ฉันบอกเค้าว่า คุณไม่ต้องเรียงคำพูดอีกแล้ว พูดกับฉันธรรมดาๆเถอะ เค้าก็เริ่มพูดโดยที่ไม่ต้องคิด อย่างที่ฝรั่งพูดเวลาอยู่บ้าน ฉันเริ่มจดทุกสิ่งที่เค้าขอร้องลงในกระดาษ คนที่เจ็บคือ แอชลี่ ส่วนอีกคนคือเพื่อนของเค้า ดอน
แอชลี่ขอร้องให้เราช่วยเปลี่ยนไฟล์ท ของเค้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะเค้ามีลูกสาว ที่กำลังรอการกลับมาของเค้าอยู่......ฉันรีบช่วยเค้า พร้อมกับช่วยรับกุญแจห้อง พาสปอร์ตของเค้าหายฉันจึง บุครถไปสถานทูตให้เค้าด้วย แต่ดันมีปันหาเรื่องเวลา ตรงที่ว่า เค้าต้องรอเที่ยวบินกลับบ้านก่อน......
ฉันถามเค้าว่าอยากจะโทรสับมั๊ย เค้าตื่นเต้น หา โทรสับเหรอ จริงๆฉันไม่รู้หรอกว่าเค้ามีโทรสับไว้บริการ แต่ฉันอยากจะส่งมือถือของฉันให้เค้าโทร แต่น้องๆบอกว่า จะวิ่งไปดูเรื่องโทรสับให้ โชคดีที่เค้ามีบริการโทรสับฟรี ฉันจึงปล่อยให้เค้าสองคนโทรสับ
แอชกับดอนโทรสับเสร็จ ฉันกับน้องๆกสองคนช่วยแบกกระเป๋าพาเค้าขึ้นไปดูห้องนอน ตอนนั้นก็เกือบๆตีสี่แล้ว แอชถามฉันว่าพรุ่งนี้เค้าจะได้เจอกับฉันใช่มั๊ย ฉันจะมาช่วยเค้าที่สถานทูตรึเปล่า ฉันบอกตามตรงว่าคงไม่ได้ไป
ฉันลงมารู้สึกดีมากๆ ที่ได้ช่วยคน ฉันบอกแม่ว่าเริ่มห่วงเค้าเรื่องรถไปสถานทูต แม่บอกว่าเราไปส่งเค้ามั๊ยล่ะ ฉันเห็นว่าน่าจะดี เลยเดินกลับเข้าไปจะติดต่อกับคนที่จัดรถ แต่พอดี ดอน กับ แอช ลงมาสูบบุหรี่ เค้าดีใจกับข้อเสนอนั้นมาก.........
ราวๆเที่ยงของอีกวันหนึ่งฉันกลับไปที่นั่นอีกครั้ง เพื่อรับ ดอน กับ แอชไปสถานทูต แต่เรื่องเลื่อนไฟล์ทของสองคนนี้ยังไม่เสร็จดี ดอนเข้าไปจัดการ โดยแอชขอให้ฉันเข้าไปช่วยพูด เมื่อเรื่องตั๋วเครื่องบินเสร็จเรียบร้อย จึงพาสองคนนั้นขึ้นรถโดยมีน้าของฉันเป็นคนขับ แม่ของฉันนั่งไปเป็นเพื่อน ฉันนั่งคุยกับเค้าไปเรื่อย เค้าเล่าให้ฉันฟังว่า ตอนเกิดเหตุเค้าอยู่ที่ป่าตอง ขี่มอเตอร์ไซด์ อยู่ ฉันนั่งคุยกับเค้าไปเรื่อยๆ แอบตกใจเล็กๆว่าเค้าเกือบจะไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้กับฉัน โดยเฉพาะแอชลี่ ซึ่งบาดเจ็บหลายที่ ฉันไม่รู้จะบอกกับเค้ายังไงว่าดีใจที่ได้มีโอกาดรู้จักกับเค้า
สองคนต้องคอยพาสปอร์ตประมานสองชั่วโมง ฉันเลยพาเค้าไปเดินเล่นที่เซ็นทรัลชิดลม ก่อนที่จะกลับไปรับพาสปอร์ต และพาเค้ากลับที่พักตอนประมานทุ่มนึง ฉันถามเค้าบอกว่ายังอยากให้ฉันอยู่ต่อ ฉันเลยบอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้มารับใหม่ เค้าบอกว่า 11 โมงได้มั๊ย ฉันรับปาก ฉันอยู่เป็นเพิ่อนเค้าสักพัก เพราะแอชไม่ชอบให้นักข่าวถ่ายภาพของเค้านัก....
คืนนั้นฉันได้รับอีเมลจาก แอชลี่ เค้าบอกชั้นว่า ท่ามกลางสิ่งเลวร้ายถึงเลวร้ายมากที่สุด ก็ยังมีสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกับเค้า....ขอบคุณคุณและครอบครัวมากที่ช่วยเหลือผมและเพื่อน....
สิบเอ็ดโมงครึ่งของวันนี้ฉันไปถึงที่แคมป์ ธรรมศาสตร์ ฉันเจอดอนก่อน แอชกำลังแต่งแผลอยู่ ดอนบอกว่าเค้าได้ยินมาถึง future park อยากลองไปดูฉันจึงพาไป เมื่อไปถึงเขาไม่ค่อยชอบนัก แอชถามฉันถึงที่ๆนึงเค้าจำชื่อไม่ได้ เค้าอธิบายให้ฉันฟัง ฉันนึกไปนึกมาก่อนจะถามว่าใช่ MBK มั๊ยเค้าบอกใช่ๆๆ
เมื่อไปถึง MBK แอชลี่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จนฉันแอบแซว เค้าหัวเราะกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราอยู่แถวๆสยามกันจนอยู่ถึง ประมานห้าโมงครึ่งก่อนที่จะขึ้นรถเตรียมกลับที่พักเพื่อเก็บข้าวเก็บของกลับอังกิดในคืนนี้ ระหว่างทางแอชลี่ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆฉันกระซิบบอกฉันว่า รู้มั๊ยว่าผมค่อนข้างโกรธที่คุณอยู่ไกลกับผมมากๆ ออสเตรเลียนี่มันคนละฝั่งโลกเลย แต่ผมก็อดดีใจไม่ได้ที่เมื่อผมต้องการคนอย่างคุณมากที่สุด คุณกลับมาอยู่ตรงนี้เพื่อช่วยผม
เมื่อถึงแคมป์ ดอนขอตัวขึ้นไปเก็บของ แอชลี่บอกกับดอนว่าเดี๋ยวเค้าตามไป เค้าชวนฉันไปนั่ง ก่อนจะเริ่มต้นพูดว่า ผมไม่รู้จะพูดยังไง คือว่า ผมเกือบจะไม่ได้มีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ แต่เมื่อผมรอดมาได้คุณก็ช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ด้วยการที่คุณเป็นตัวของคุณเอง......เค้าพูดกับฉันอีกยาวฉันขอเก็บมันไว้ในหัวใจของฉันคนเดียว
10:30 pm ของคืนนี้ ฉันโบกมือให้กับ ดอนและ แอชลี่ .... เค้าบอกกับฉันว่า เค้าจะกลับมาอีก
Chocolat...
12:01 AM , Bangkok Thailand
P.S. เมื่อวานนี้วันเกิดแม่ ไม่ได้ไปเลี้ยงเพราะต้องดูแล ดอน กับ แอช แม่บอกกับฉันว่าการที่ลูกช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในวันเกิดของแม่ มันมีความหมายกับแม่มากกว่าอะไรทั้งสิ้น รักแม่มากค่ะ จะเป็นเด็กดีของแม่ตลอดไป สุขสรรค์วันเกิดค่ะ